วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

Leap Year (2010): รักแท้แพ้ทางกิ๊ก


Leap Year (2010)
ความยาว 100 min ประเภท Comedy | Romance เรตติ้ง IMDb:6.1
ผู้กำกับ : Anand Tucker
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Deborah Kaplan, Harry Elfont
ดารานำแสดง : Amy Adams, Matthew Goode และ Adam Scott --

ระยะหลังๆฉันไม่ค่อยได้มีโอกาสชมภาพยนตร์โรแมนติคคอมิดี้เท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะว่ารู้สึกเบื่อหน่ายกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เสียเต็มประดา ส่งผลให้เวลาที่จะเลือกหนังมาดูในช่วงเวลาของการพักผ่อน ก็จะไม่เคยมองหนังแนวๆนี้อยู่ในสายตาเลย

แต่ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้คิดว่าน่าจะเป็นเพราะฟ้าฝน ฮ่าๆ ทำให้รู้สึกอยากจะหยิบหนังแนวนี้มาดูบ้าง และเรื่องที่เลือกไว้เป็นอันดับแรกๆ คือ หนังเรื่องนี้ สาเหตุเป็นเพราะชอบนางเอกคนนี้รวมถึงภูมิประเทศที่ใช้ถ่ายทำในเรื่องก็ถูกใจมากๆ เป็นสถานที่ที่สวยงามมากๆ

Crying Freeman (1995): น้ำตาเพชรฆาต


Crying Freeman (1995)  ปิดคำเตือน
ความยาว 102 นาที ประเภท Action | Crime | Thriller เรตติ้ง IMDb:6.4
ผู้กำกับ: Christophe Gans
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Kazuo Koike (ดัดแปลงจากการ์ตูน), Ryoichi Ikegami
ดารานำแสดง : Julie Condra, Kevan Ohtsji และ Mark Dacascos --

วันหนึ่งฉันได้ค้นหาอะไรเพลินๆในเวป youtube และได้พบกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ฉันคิดถึงการ์ตูนที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว เป็นการ์ตูนที่ผูกเรื่องราวได้สนุก ภาพลายเส้นสวยงาม แม้ว่าจะติดเรท R ไปบ้าง แต่ก็พออ่านได้ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปนัก

เมื่อเห็นการ์ตูนที่ชอบถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ฉันก็เกิดความอยากรู้ว่าจะทำได้ดีสักแค่ไหน เลยลองนั่งดู แต่ดูไปดูมาปรากฎว่าดูไปจนจบเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งดารานำแสดงนั้นก็แสดงได้ดี ที่สำคัญเมื่อฉันลองค้นประวัติพระเอกนางเอก ปรากฎว่าพวกเขาตกหลุมรักกันจริงๆ และแต่งงานครองคู่กันมาจนถึงปัจจุบัน

Crying Freeman เป็นเรื่องราวของนักฆ่าหนุ่มซึ่งมีบุคลิกลักษณะพิเศษคือ เมื่อเขาจัดการศัตรูเรียบร้อยแล้ว จะมีน้ำตาไหลออกมาอาบใบหน้า ภาพนี้เป็นภาพซึ่งน้อยคนนักที่จะได้เห็น มีแต่คนที่ถูกสังหารแล้วเท่านั้นที่จะได้เห็นมัน ยกเว้นแต่หญิงสาวคนหนึ่งที่บังเอิญได้พบเจอเข้า และตั้งแต่วันนั้นชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

When we leave (2010) : วันที่เราเดินจากมา


When we leave (1010)
หนังเยอรมัน (Original title :Die Fremde)
ความยาว 119 นาที ประเภท Drama เรตติ้ง IMDb :7.4
ผู้กำกับ : Feo Aladag
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Feo Aladag
ดารานำแสดง : Sibel Kekilli, Nizam Schiller และ Derya Alabora --

บางครั้งการก้าวข้ามกรอบประเพณีที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้พลังใจอย่างมากที่จะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะประเพณีประเภทผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ผู้หญิงเปรียบเสมือนพลเมืองชั้นสอง ผู้หญิงไม่มีปากเสียงใดๆ ไม่ว่าจะเป็นภายนอกครอบครัว และเมื่อออกไปสู่สังคมภายนอก 

ส่วนใหญ่เรามักจะได้เห็นภาพยนต์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงที่ถูกกดขี่ภายใต้กรอบประเพณีดังกล่าว และส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง หากแต่ภาพยนต์เรื่องนี้ให้ฉายให้เรามองเห็นภาพชัดขึ้นในแง่ที่ว่า แม้พวกเธอจะย้ายถิ่นฐานอพยพครอบครัวมาอยู่ในประเทศที่เจริญอย่า่งยุโรปก็ตาม แต่พวกเธอก็หาได้ข้ามผ่านประเพณีดั้งเดิมที่ยังคงฝังรากลึกมาแม้แต่น้อย

When we leave เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดชีวิตของหญิงสาวชาวตุรกี ที่พยายามหลีกหนีจากการตกอยู่ภายในใต้อำนาจของผู้ชาย เธอหวังพึ่งพาครอบครัว แต่ทว่าประเพณีที่ตกทอดมายาวนาน และกระแสสังคม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง บทสรุปของความฝัน ความหวังของเธอจึงกลายเป็นความจริงอันน่าเศร้าให้เธอได้เรียนรู้..

Confessions (2010) : คำสารภาพ


Confessions (2010) 
หนังญี่ปุ่น Original titles: Kokuhaku
ความยาว 106 นาที ประเภท Drama | Mystery | Thriller เรตติ้ง Imdb:7.8 
ผู้กำกับ : Tetsuya Nakashima
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Kanae Minato (นวนิยาย), Tetsuya Nakashima (บท)
ดารานำแสดง : Takako Matsu, Yoshino Kimura และ Masaki Okada

---
ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เชื่อว่าใครๆ ที่ได้ชมจนจบก็ต้องอึ้งทึ้งระทึกใจไปตลอดเรื่อง เพราะเป็นการดำเนินเรื่องที่ชาญฉลาด ทุกเสี้ยวนาทีไม่อาจพลาดละสายตาไปจากตัวภาพยนต์ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์หนึ่งของหนังสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่น

จริงๆแล้วฉันหลงเสน่ห์ของภาพยนต์ญี่ปุ่นอย่างหนึ่งคือ การดำเนินเรื่องที่ละเมียดละไม ช้าๆ แต่ว่าเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพยนต์เรื่องนี้ที่ทำให้ฉันประทับใจเป็นพิเศษ

Confessions เป็นเรื่องราวของความแค้น และการแก้แค้น แต่เป็นการแก้แค้นที่้แสนหวาน ละเอียด รอบคอบ การแก้แค้นชนิดผู้บงการไม่ต้องลงมือเองแม้สักนิด แต่บรรลุวัตถุประสงค์เกินควรเกินคาดอีกต่างหาก และที่สำคัญเมื่อการดำเนินเรือ่งมาถึงตอนท้ายผู้ชมจะได้ฟังคำสารภาพที่ออกมาจากปากของ่ทุกฝ่าย และนั่้นทำให้ทุกเหตุการณ์ที่เราได้ชมดูเป็นเหตุเป็นผลกันอย่างยิ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

Hansel and Gretel (2007): ภูตเทพนิยาย


Hansel and Gretel (2007): ภูติเทพนิยาย
หนังเกาหลี : Original title : Henjel gwa Geuretel (2007)
ความยาว 117 นาที ประเภท :  Drama | Fantasy | Horror เรตติ้ง IMDb: 6.9
ผู้กำกับ : Pil-Sung Yim
เนื้อเรื่อง /เขียนบท : Pil-Sung Yim (screenplay), Min-sook Kim (story)
ดารานำแสดง : Jeong-myeong Cheon, Young-nam Jang and Ji-hee Jin ---

หนังเกาหลีเรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงของเทพนิยายสองพี่น้องตระกูลกริมม์ ซึ่งเป็นเทพนิยายของเยอรมัน โดยอาศัยเค้าโครงเรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเวอร์ชั่นของเกาหลีนี้ออกแนวเทพนิยายสยองขวัญไม่เหมาะกับเด็กๆ อย่างสิ้นเชิง โดยหนังออกฉายตั้งแต่ปี 2007

ฉันเพิ่งได้ชมในวันนี้เนื่องจากได้เห็นตัวอย่างภาพยนต์ฮอลีวูดเรื่อง  Hansel and Gretel: Witch Hunters  
ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่นำเค้าโครงเรื่องของเทพนิยายเรื่องเดียวกันมาสร้างใหม่ และจะออกฉายในปีนี้ หรือต้นปีหน้า พอฉันเห็นตัวอย่างก็เลยลองเสิร์ชหาดู ปรากฎว่าเจอหนังเกาหลีเรื่องนี้บน youtube และเมื่อดูจนจบก็รู้สึกประทับใจจนอยากนำมาเขียนบันทึกไว้บนบลอคแห่งนี้


วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

Snow White and the Huntsman (2012) : สโนว์ไวท์ & พรานป่า ในศึกมหัศจรรย์


Snow White and the Huntsman (2012)
 ความยาว 127 นาที ประเภท Action | Adventure | Drama เรตติ้ง IMDb:6.4
ผู้กำกับ : Rupert Sanders
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Evan Daugherty (screenplay), John Lee Hancock (screenplay)
ดารานำแสดง : Kristen Stewart, Chris Hemsworth and Charlize Theron

 --- หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ฉันคาดหวัง และเฝ้ารอชมมานาน แต่ก็ยังอดใจรอจนกระแสที่มหาชนพูดถึงซาๆ ไปแล้วจึงเพิ่งมาหาชม ขอสารภาพว่ามีบ้างที่ฟังกระแสที่พูดถึงหนังแล้วไม่อยากดูเลยให้ตายเถอะ >.< แต่ช่วงนี้เป็นช่วงยุคมืดของการดูหนังของฉัน ที่พูดเช่นนี้ไม่เป็นการเกินจริงเลย เพราะว่าในสองเดือนนี้ ฉันดูหนังแค่ 1-2 เรื่องเท่านั้น ซึ่งน้อยเป็นประวัติการณ์ และด้วยการที่ดูหนังน้อยนี่เอง ทำให้ฉันอยากจะหยิบหนังเรื่องนี้มาพิสูจน์ด้วยตัวเองเสียทีว่ามันจะห่วยอย่างที่เค้าพูดกันไหม 

พล๊อตเรื่องของหนังเป็นสโนว์ไวท์ยุคใหม่ที่เข้มแข็ง (หรือเปล่า) ลุกขึ้นมาปลุกระดมหมู่นักรบขึ้นมาชิงบัลลังค์คืนจากแม่มดใจร้าย (แต่มีเสน่ห์ และสวยมาก) โดยมีผู้ช่วยเป็นหนุ่มหล่อ 2 คน 2 สไตล์ นั่นคือ นายพรานหล่อล่ำ และอัศวินหนุ่มหล่อสำอางหน้าใสกิ๊กที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก (น่าจะชื่อว่า สโนว์ไวท์กับรักสามเส้ามากกว่านะ)

The Resident (2011) : แอบจ้องรอเชือด


The Resident (2011)
ความยาว 91 นาที ประเภท Drama | Mystery | Thriller เรตติ้ง imdb: 5.1
ผุ้กำกับ : Antti Jokinen
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Antti Jokinen, Robert Orr
ดารานำแสดง : Hilary Swank, Jeffrey Dean Morgan และ Lee Pace

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ฉันป่วยเป็นไข้หวัด ชนิดนอนซมอยู่บนเตียง ไปไหนมาไหนไม่ไหว ขนาดนัดสำคัญยังต้องโทรไปเลื่อน อารมณ์ซึมมึนๆ แบบนี้ก็ต้องเลือกหนังที่มันระทึกขวัญสักหน่อย อาจจะช่วยให้ดีขึ้น ฉันเลือก The resident มาดู แน่นอนว่าแค่เห็นโปสเตอร์ใบปิดก็พอจะเดาได้แล้วว่าเนื้อเรื่องจะมาแนวไหน อีกทั้งชื่อไทย ชื่ออังกฤษก็บอกใบ้คนดูกลายๆ อีกด้วย

แม้หนังจะมีพล๊อตเรื่องที่พอเดาออก แต่ก็สนุกพอใช้ได้สำหรับช่วงอารมณ์เบื่อๆ แบบนี้ เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือ การได้ชมผลงานของฮิลารี่ สแวงค์ที่ห่างหายไปจากหน้าจอนานพอสมควร การได้ดูหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นการดูให้หายคิดถึงเธอก็แล้วกัน ซึ่งแน่นอนว่าฝีมือการแสดงของเธอนั้นไม่มีตก ยังคงรับบทบาทหญิงสาวแกร่งที่ต้องเผชิญหน้าต่อสู้กับผู้ชายหุ่นบึกๆ ได้สบายๆ

The Resident เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่มาอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ในเมืองหลวงตัวคนเดียว และเธอคิดว่าโชคดีที่มีเพื่อนบ้านแสนอารี คอยช่วยเหลือเธออย่างดีเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นด้วยดีเว้นเสียแต่มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับเธอในทุกเช้า โดยที่เธอก็ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเองยามค่ำคืน..

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

sympathy for mr vengeance (2002): เขาฆ่าแบบชาติหน้าไม่ต้องเกิด


sympathy for mr vengeance (2002)
หนังเกาหลี : Original title : Boksuneun naui geot
 ความยาว 129 นาที ประเภท Crime | Drama | Thriller เรตติ้ง IMDb: 7.8
ผู้กำกับ : Chan-wook Park
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Mu-yeong Lee, Chan-wook Park
ดารานำแสดง : Kang-ho Song, Ha-kyun Shin and Doona Bae ---

ฉันเพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่จริงแล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังชุดความแค้นบรรลือโลกของผู้กำกับคนนี้ ซึ่งมีสามเรื่องด้วยกันนั่นก็คือ Sympathy For MR. Vengeance (2002) , Oldboy (2003) และ Sympathy For Lady Vengeance (2005) ซึ่งฉันดันไล่ดูหนังเรื่องสุดท้าย เรื่องกลางก่อน เพิ่งได้ดูเรื่องแรกของชุดในตอนท้ายสุด แต่ก็ไม่ทำให้อรรถรสในการชมสูญเสียไปเท่าใดนัก เนื่องจากแต่ละเรื่องนั้น มีการดำเนินเรื่องโดยตัวละครแยกจากกัน และเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน

ฉันดูหนังเรื่องนี้โดยไม่อ่านเนื้อหาหรือบทวิจารณ์จากที่ใดๆ เลย นั่นทำให้ช่วงเวลาที่ได้ชมเป็นไปได้อย่างสนุกสนานลุ้นระทึกไปตลอดทั้งเรื่อง การนำเสนอของหนัง ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด หดหู่ หม่นหมอง ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้กำกับเก่งมากๆ ที่สามารถบิ้วอารมณ์คนดูได้ขนาดนี้ ที่ฉันรู้สึกแบบนี้เพราะว่า ตัวละครทุกตัวในเรื่องล้วนแต่มีมิติที่ลึก ซับซ้อน ทุกคนมีเหตุผลในการแก้แค้น และในขณะเดียวกันก็มีเหตุผลที่จะได้รับความเห็นใจ ความลำบากของการชมคือ ลุ้นให้ผู้กำกับช่วยปราณีตัวละครหน่อยทีเถอะ >.<

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

House of sand (2005) : วิมานทรายในสายลม



House Of Sand 2005 :
หนังบราซิล Original Tiltes :Casa de Areia (2005) 
ความยาว 115 นาที ประเภท Drama เรตติ้ง IMDb :7.4
ผู้กำกับ: Andrucha Waddington
เนื้อเรื่อง /เขียนบท : Elena Soarez (screenplay), Luiz Carlos Barreto (story)
ดารานำแสดง : Fernanda Montenegro, Fernanda Torres และ Ruy Guerra --

ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว ช่วงนี้เราจะได้เห็นเหตุการณ์ และประโยคสนทนารอบตัวๆ ล้วนแต่เปิดประเด็นเกี่ยวกับพระคุณแม่กันให้เห็นได้ทั่วไป และให้บังเอิญเสียจริงๆ ที่หนังเรื่องนี้ก็มีประเด็นเรื่องแม่ และครอบครัวเช่นเดียวกัน จึงเป็นหนังที่ฉันอยากแนะนำให้คุณๆ ได้ชมกันในช่วงนี้ หรือโอกาสถัดๆ ไป เพราะหนังให้อารมณ์ซาบซึ้งถึงพระคุณแม่ และความอบอุ่นของครอบครัวได้เป็นอย่างดี ดีชนิดทำให้ฉันน้ำตาไหลพรากในช่วงท้ายๆ เรื่องได้ก็แล้วกัน 

House of sand เป็นเรื่องราวชะตากรรมของสองแม่ลูกที่ต้องติดแหง่กอยู่กับสถานที่ที่ๆ พวกเธอปรารถนาจะหลีกหนีออกไปแทบขาดใจ แต่ยิ่งหนี ยิ่งไร้ซึ่งความหวัง จนสุดท้ายปลงตกว่า ถ้าการไม่ชอบที่มีอยู่มันทุกข์มากนัก หรือ ถ้าไม่สามารถหลีกหนีจากสิ่งที่เกลียดได้ละก็ งั้นก็ทำใจให้ชอบมันเสียสิ แล้วจะได้อยู่กับมันได้

เพราะประเด็นหลักของการมีอยู่ มันไม่ใช่สถานที่หรือบุคคล แต่มันเป็นคุณค่าของการมีอยู่ ที่แต่ละคนจะต้องค้นหามันด้วยตัวเอง และเข้าใจมันด้วยตัวเอง ซึ่งหนังก็จะพาผู้ชมค้นหาไปพร้อมๆ กัน ผ่านตัวละคร 2 เจนเนอเรชั่น ในทะเลทรายที่กว้างไกลสุดลูกหูตา

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

The lives of others (2006) : วิกฤตรักแดนเบอร์ลิน


The Lives Of Others (2006)
 หนังเยอรมัน Original Title : Das Leben der Anderen (2006)
ความยาว 137 นาที ประเภท Drama | Thriller
ผู้กำกับ : Florian Henckel von Donnersmarck
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Florian Henckel von Donnersmarck
ดารานำแสดง : Ulrich Mühe, Martina Gedeck และ Sebastian Koch
รางวัลที่ได้รับ : ติดอันดับ Top 250 ของเวป IMDb ในลำดับที่ 61 | ชนะรางวัล Oscar.และอื่นๆ 66 wins & 23 nominations --


หนังเยอรมันเรื่องนี้ เป็นหนังที่ฉันอยากดูมานาน นับตั้งแต่ได้เข้าไปใช้เวลาอยู่กับค้นหาหนังดีๆ ที่ติดอันดับ 250 ของเวป IMDb เพราะเป็นความตั้งใจที่ว่า ฉันจะต้องดูหนังในลิสต์ที่ว่าให้ได้ครบทุกเรื่ืองให้ได้ ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้ดูไปแล้ว 60 % แล้ว (ใกล้เป้าหมายล่ะ) และในที่สุดฉันก็ได้ดูหนังเรื่องนี้เสียที

The Lives of others เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งซึ่งมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนผู้ต้องสงสัย โดยในกระบวนการค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวบุคคลที่ต้องสงสัยนั้น เขาจำเป็นต้องติดตาม ดักฟัง ชีวิตของผู้ต้องสงสัย และในเคสล่าสุด เขาเกิดความรู้สึก "อิน" ไปกับเรื่องราวในชีวิตของผู้ต้องสงสัยเสียเอง เรื่องราวที่น่าตื่นเต้น ชวนลุ้นระทึก จึงเกิดขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจหลักของหนังเรื่องนี้

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

The Descent (2005) :หวีดมฤตยูขย้ำโลก



The Descent (2005)
หนังอังกฤษ ,ความยาว99 นาที ประเภท Adventure | Horror เรตติ้ง IMDB:7.3
ผู้กำกับ : Neil Marshall เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Neil Marshall
ดารานำแสดง : Shauna Macdonald, Natalie Mendoza และ Alex Reid --

ความจริงฉันได้ดู the descent ภาค2 มาก่อนที่จะได้ดูภาคนี้ ขอบอกว่าภาค 2 ที่ได้ดูก่อนนั้นไม่น่าประทับใจเอามากๆ สำหรับฉันคิดว่ามันไม่สนุกเอาเสียเลย แต่พอมาค้นๆ ข้อมูลหนังในเวป IMDB ปรากฎว่าภาคแรกได้คะแนนชวนลุ้นว่าหนังต้องสนุกแน่ๆ เอาลองหามาดู ปรากฎว่าสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ

หนังเล่าถึงกลุ่มสาวๆ ที่เป็นก๊วนเพื่อนรสนิยมเดียวกัน พวกเธอชอบการผจญภัย การเดินป่า และปืนผา ปกติพวกเธอก็คงใช้ชีวิตสาวนักผจญภัยไปตามปกติ แต่ครั้งนี้แตกต่างไปจากที่เคย เพราะพวกเธอหลงทางในถ้ำลึกแห่งหนึ่ง ตามธรรมดาแล้วในถ้ำก็มืดๆ น่ากลัวอยู่แล้ว แต่ถ้ำที่พวกเธอติดแหง่กอยู่นี่ ดันมีเจ้าตัวประหลาดอยู่ด้วยน่ะสิ เรื่องราวหวาดเสียวสยองขวัญจึงบังเกิด


วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

The secret in their eyes (2009) : ความลับ..ความรักที่ซ่อนอยู่ในแววตา



The secret in their eyes (2009)
หนังอาเจนติน่า - Original Titles : El secreto de sus ojos
ความยาว 129 นาที ประเภท Drama | Mystery | Thriller
เรตติ้ง Imdb :8.2 ผู้กำกับ : Juan José Campanella
เนื้อเรื่อง / เขียนบท : Eduardo Sacheri, Juan José Campanella
ดารานำแสดง : Ricardo Darín, Soledad Villamil และ Pablo Rago ---


มีคำกล่าวว่า "ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ" น่าจะเป็นคำพูดที่เป็นความจริง เพราะความรู้สึกของคนเราที่มี ไม่ว่ารักหรือเกลียดชัง ล้วนสะท้อนออกมาให้เราเห็นได้ทางสายตา แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามปิดบัง หรือเสแสร้งแกล้งทำในทางตรงกันข้ามก็ตาม เมื่อเรามองเข้าไปในแววตาของเขา เราจะเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายใน

 หนังเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ดูจากชื่อเรื่องก็ใบ้พล๊อตเรื่องให้เรารู้อย่างโจ่งแจ้งแล้ว ว่ามีเนื้อหาอย่างไร เพียงแต่การดำเนินเรื่องต่างหากที่แตกต่างออกไป เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผูกได้อย่างน่าสนุก น่าติดตาม ชวนให้ลุ้นไปกับตัวเอกของเรื่อง ซึ่งก็คลี่คลายได้อย่างน่าทึ่งในตอนจบ

 The secret in their eyes เป็นเรื่องราวที่ผสมผสานกันได้อย่างกลมกล่อมระหว่างการลืบสวน ฆาตกรรม การตามหาตัวฆาตรกรโรคจิต ไปจนถึงความรัก ที่ต้องอาศัยการไล่ล่าพิสูจน์หาถึง 25 ปี กว่าจะค้นพบว่า ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนซ่อนอยู่ในแววตา 2 คู่นั้นเอง

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Head-On(2004) : ถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ คุณก็เปลี่ยนตัวเองเถอะ



Head-On (2004)
หนังเยอรมัน - Original Title : Gegen die Wand (2004)

ความยาว 121 นาที ประเภท Drama | Romance เรตติ้ง Imdb: 8.0
 ผู้กำกับ : Fatih Akin
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Fatih Akin (book)
ดารานำแสดง : Birol Ünel, Sibel Kekilli and Catrin Striebeck

 ขอสารภาพว่าหาหนังเรื่องนี้มาดูเพราะว่า ติดใจบทบาทการแสดงของ Sibel Kekili ที่ได้ชมจากซีรี่ส์ Game Of Thrones หลังจากไปที่ค้นๆ ดูประวัติในเวป Imdb ก็พบว่าเธอมีผลงานแสดงหลายเรื่องที่ได้มีเรตติ้งสูงจากเวปนี้ และนี่ก็เป็นอภาพยนต์อีกเรื่องที่เรตติ้งเย้ายวนใจให้ไปหามาชม

และเมื่อได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้จบ ฉันพูดได้ประโยคเดียวว่า มันเป็นภาพยนต์ที่สื่อสารออกมาได้อย่างจริงใจ และจริงจังเป็นที่สุดที่เกี่ยวกับชีวิตของกลุ่มคนเชื้่อชาติตุรกีที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ต่างแดน อย่างเช่นเยอรมัน แม้ว่าในชีวิตจริงฉันจะไม่ได้สัมผัสพบเห็นชีวิตพวกเขา แต่ภาพยนต์เรื่องนี้่ถ่ายทอดออกมาราวกับว่าเราเข้าไปอาศัยอยู่ตรงนั้นด้วย ใกล้ชิดราวกับได้กลิ่นของชีวิตพวกเขาจริงๆ

Head-On เป็นเรื่องราวชีวิต ความรัก และชะตากรรม ของชายหญิงคู่หนึ่ง ที่จุดเริ่มต้นการพบเจอของพวกเขามาจากการพยายามหนีบางสิ่งบางอย่างในชีวิต มันเป็นการตัดสินใจเฉพาะหน้า แต่ได้นำพาความวุ่นวายมาอีกอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหวัง เส้นทางชีวิตที่บิดเบี้ยวไปจากที่ควรจะเป็น และการตัดสินใจเลือกที่แสนยาก

Children of Heaven 1997 : วิ่งสู้เขา หัวใจเราคือสวรรค์



Children of Heaven (1997)
หนังอิหร่าน - Original title : Bacheha-Ye aseman 
ความยาว 89 นาที ประเภท Adventure | Drama | Family เรตติ้ง IMDb: 8.2
ผู้ำกำกับ : Majid Majidi เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Majid Majidi
ดารานำแสดง : Mohammad Amir Naji, Amir Farrokh Hashemian และ Bahare Seddiqi --


ฉันได้กล่องดีวีดีหนังเรื่องนี้มาจากร้านหนังที่มีการลดราคาบ่อยครั้ง และส่วนใหญ่หนังที่ลดราคาแสนถูกนั้น เป็นหนังดีๆ หนังรางวัล ที่ควรค่าแก่การครอบครองเป็นที่สุด ไม่อยากจะเชื่อว่า ตั้งแต่วันที่ฉันซื้อมา จนกระทั่้งเพิ่งได้มาดูจริงจังๆ เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ทั้งๆ ที่ได้ยินมานานว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ แต่ด้วยความกลัวลึกๆ ที่เค้าว่ากันว่า หนังดี หนังรางวัล มักจะเป็นหนังดราม่าหนักๆ เลยไม่พร้อมที่จะหยิบมาดูสักที

จนกระทั่งวันหยุดที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์เสีย ไม่มีอะไรจะทำ ที่สำคัญสต๊อกหนังที่เคยมีก็ดูไปจนเกือบหมด เหลือเพียงไม่กี่เรื่อง ไร้สิ้นหนทางเลือก ต้องหยิบมานั่งดู แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจ เพราะถึงจะเป็นหนังที่สะท้อนชีวิตที่ค่อนข้างรันทดของครอบครัวยากจนชาวอิหร่าน แต่เสน่ห์ของเด็กชายหญิงที่เป็นตัวหลักของเรื่อง กลับทำให้ฉันตะลึง และส่งใจช่วยพวกเขาไปจนจบเรื่อง เพราะความสดใสในวัยเยาว์ และความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่แสนงดงาม

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Cyrano Agency(2010) : บริษัทเิลิฟ เสิร์ฟรักพลิกล๊อค



Cyrano Agency (2010)
หนังเกาหลี (Original Title :Si-ra-no;Yeon-ae-jo-jak-do)
ประเภท Comedy | Romance เรตติ้ง IMDb : 6.8
ผู้กำกับ : Hyeon-seok Kim
ดารานำแสดง : Tae-woong Eom, Min-jung Lee และ Daniel Choi ---

คงจะดีถ้าในชีวิตจริงของเรามีผู้ช่วยคอยจัดการปูทางไว้ให้ทุกด้าน เพื่อให้เราสมหวังในความรักกับหนุ่ม หรือสาว ที่เราตกหลุมรัก ฉันไม่รู้ว่าในชีวิตจริงๆ มีบริษัทแบบนี้หรือเปล่า แต่ว่าวันนี้ได้มีโอกาชมหนังเกาหลีเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของบริษัทที่ำช่วยลูกค้าจัดการเรื่องนี้

"ไซราโนเอเยนซี่ : ทำให้เธอตกหลุมรักคุณด้วยความลับสุดยอด" นี่เป็นคำที่โปรยไว้บนนามบัตรอันบ่งบอกถึงหน้าที่การงานของพวกเขา และหนังเล่าถึงเรื่องราวของเอเยนซี่แห่งนี้ โดยมีการเล่าเรื่องเป็นช่วงๆ ในภารกิจพิชิตใจสาวๆ ที่ชายหนุ่มผู้ตกห้หลุมรักพวกเธอ มาจ้างให้เอเยนซี่ไซราโนช่วยทำให้พวกเขาสมหวังในรัก

เอเยนซี่แห่งนี้ประกอบด้วย ชายหนุ่ม 3 หญิง 1 คน โดยในภารกิจที่พวกเขาทำนั้น เหมือนการกำกับละครเวทีเพียงแต่เป็นเวทีชีวิตจริงๆ ของผู้คน ซึ่งแต่ละคนจะมีหน้าที่ต่างกัน  ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มคนเขียนบท ดาราตัวประกอบที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้กับเหตุการณ์ สาวน้อยที่ทำหน้าที่สไตลิสต์ คอยดูแลคัดเลือกชุดและทรงผมให้กับหนุ่มๆ เพื่อช่วยให้เขาดูดีที่สุด

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

The Skin I live In (2011) : แนบเนื้อคลั่ง



The Skin I live In (2011)หนังเสปน (Original title :La piel que habito)
ความยาว 117 นาที ประเภท Drama | Thriller เรตติ้ง IMDb 7.6
ผู้กำกับ : Pedro Almodóvar
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Pedro Almodóvar (screenplay), Agustín Almodóvar (collaboration)
ดารานำแสดง : Antonio Banderas, Elena Anaya and Jan Cornet --

ฉันเพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบหมาด ๆ ด้วยอารมณ์เหวอ -_- ก่อนจะเขียนถึงหนัง ขอบ่นนิดนึงสำหรับชื่อภาษาไทย ตั้งได้ @%%@&&#$#$% มาก จริงๆ แล้วฉันมองผ่านหนังเรื่องนี้ไปหลายรอบ เพราะเห็นชื่อภาษาไทยนี่แหล่ะ เห็นชื่อแล้วคิดไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เลยมองผ่านไปทั้งๆ คิดอยากดูตั้งแต่หนังเข้าฉายใหม่ๆ ตั้งชื่อเสียอย่างกับหนังประโลมโลกย์เรทอาร์อะไรทำนองนั้น

 กลับมาที่หนังต่อ บอกตรงๆ ว่าดูจบแล้วเพลีย เพลียจิตอย่างแรง นับว่าเป็นพล๊อตเรื่องที่แปลกแหวกแนวอย่างยิ่ง จากที่ดูจบฉันสรุปเองเองว่าตัวละครทุกตัวล้วนบ้าทั้งเรื่อง แถมฉันก็บ้าด้วยที่อุตส่าห์นั่งดู 555 ไม่ใช่ว่าหนังไม่สนุก หรือไม่คุ้มค่าแก่การดูนะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันตัดสินว่าหนังไม่ดี และเผื่อคนที่ยังไม่ได้ดูมาอ่านจะพาลไม่อยากดูไปเสีย จริงๆ แล้วเป็นหนังที่พล๊อตแปลกหายากที่เดียว ให้อารมณ์ระทึกขวัญได้เป็นอย่างดี

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

The Woman in Black (2012) : ชุดดำสัญญาณสยอง



The Woman in Black (2012)
ความยาว 95 นาที ประเภท Drama | Horror | Thriller เรตติ้ง IMDb : 6.6
ผู้กำกับ : James Watkins
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Susan Hill (นวนิยาย), Jane Goldman (เขียนบท )
ดารานำแสดง : Daniel Radcliffe, Janet McTeer และ Ciarán Hinds

หนังเรื่องนี้สร้างเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกถูกนำมาสร้างในชื่อเดียวกัน เป็นภาพยนต์ออกฉายทางทีวีในปี 1989 ซึ่งในครั้งนั้นมีเรตติ้งการตอบรับของผู้ชมค่อนข้างดีมาก และในปีนี้ถูกนำมาสร้างอีกครั้งโดยมีพระเอกหนุ่มหน้ามนที่เคยโด่งดังจากภาพยนต์ชุดแฮรี่ พอตเตอร์นั่นเอง

the woman in black เป็นเรื่องราวของวิญญาณที่มีความพยาบาท อาฆาตแค้นแรงกล้ามาก และพลังความแค้นนี้ก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายในหมู่บ้านที่เธอเคยอาศัย ในความเห็นของฉัน ในเวอร์ชั่นนี้คุมโทนแสง เสียงได้ดีมาก สามารถทำให้สะดุ้งตกใจได้เป็นระยะๆ ทีเดียว

Air Doll (2009) หัวใจลม ไม่แล้งรัก



Air Doll(2009)
หนังญี่ปุ่น (Original title -Kûki ningyô
ความยาว 125 นาที ประเภท Drama | Fantasy เรตติ้ง Imdb : 7.0
ผู้กำกับ : Hirokazu Koreeda
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Yoshiie Goda (การ์ตูน), Hirokazu Koreeda (เขียนบท)
ดารานำแสดง : Doona Bae, Arata และ Itsuji Itao --

หนังเรื่องนี้มีคนพูดถึงกันมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา และฉันก็ฟังผ่านๆ ไม่คิดจะหามาดูแต่อย่างใด จนกระทั่่งเมื่อวานฉันเพิ่งได้ดู โดยที่ไม่ได้ตั้งใจดูอะไร แค่รู้สึกอยากดูขึ้นมาเฉยๆ อย่างนั้น แม้ว่าการดำเนินเรื่องราวจะเหมือนภาพยนต์ญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ ที่เล่าไปอย่างเอื่อยๆ เรื่อยๆ แต่กลับไม่ทำให้ฉันรู้สึกเบื่อหน่าย สามารถติดตามเรื่องราวอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าสุดท้ายเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร

ต้องบอกว่าเป็นการนำเสนอที่แปลกทีเดียวในการตีแผ่ความเป็นมนุษย์ เพราะนำเสนอโดยสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ และอาจจะเ็ป็นแบบนี้เองที่ทำให้เราเข้าใจมนุษย์ได้ดีขึ้น เพราะการถอดตัวเองออกไปสวมตัวตนอื่น และมองกลับมาจุดที่เราเคยยืนอยู่ ก็อาจจะทำให้เราได้เห็นชัดเจนขึ้นว่าแท้จริงแล้ว มนุษย์อย่างเราน่ะ เป็นอย่างไรกันแน่ โดยภาพยนต์เรื่องนี้ใช้มุมมองจาก "ตุ๊กตายาง" ซึ่งปกติเราจะคิดว่ามันไม่มีชีวิตจิตใจ  และใช้มันเป็นที่ระบายอารมณ์ หรือในแง่หนึ่งคือ ใช้มันระบายด้านมืดของมนุษย์ออกมาเพียงเท่านั้น 

Mirror Mirror (2012): จอมโจรสโนว์ไวท์ กับราชินีบานฉ่ำ



Mirror Mirror (2012)
ความยาว 106 นาที ประเภท  Adventure | Comedy | Drama
เรตติ้ง IMDb 5.6
ผู้กำกับ : Tarsem Singh
เนื้อเรื่อง/เขียนบท : Jason Keller , Marc Klein
ดารานำแสดง : Lily Collins, Julia Roberts และ Armie Hammer

---
ก่อนอื่นต้องขอบคุณโลกนี้มีที่หนัง ฉันเคยพูดประโยคนี้มาก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังบางครั้งที่หลงลืมมันไป ที่ฉันยกประโยคนี้ขึ้นมาอีกครั้งเพราะว่า อยากตอกย้ำตัวเองว่า แม้ในช่วงเวลาที่แย่ๆ ถ้าหากได้ดูหนังดีๆ สักเรื่อง มันช่วยให้ชีวิตสดใสขึ้นจริงๆ

สำหรับคนที่เชื่อเรตติ้ง IMDb อาจจะมีความเห็นแย้งกับฉันว่า เอ๋ ถ้าหนังดีจริง ไหง เรตติ้งต่ำเตี้ยซะขนาดนี้ ซึ่งบอกตามตรงว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่าๆ รู้แต่ว่าบางทีหนังดีก็อาจจะใช่หนังรางวัลนะ แค่ทำให้เรามีความสุข ทำให้เรารู้สึกดีกับชีวิต นั่นก็น่าจะเรียกได้ว่า เป็นหนังที่ดีแล้วสำหรับฉัน

สไนว์ไวท์ เจ้าชาย แม่มด และคนแคระทั้ง 7 เป็นเทพนิยายที่เราได้ฟังกันมาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นเทพนิยายที่ยังคงตราตรึงใจผู้คนมาทุกยุคทุกสมัย อาจเพราะเราทุกคนยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในหัวใจ แม้ร่างกายเราจะเติบโต และหัวใจเราถูกสภาำพแวดล้อม สังคม บังคับให้เติบโต ให้รับผิดชอบ ให้วิ่งวุ่น แข่งกับเวลา และส่งผลให้ต้องเคร่งเครียดกับชีวิตก็ตาม

และด้วยหัวใจที่ซุกซ่อนความเป็นเด็กไว้นี้เอง ทำให้เทพนิยายเรื่องนี้จึงยังขายได้อยู่เสมอ ในช่วงปีนี้มีการนำเทพนิยายเรื่องนี้มาดัดแปลงใหม่อยู่ 2 เวอร์ชั่น ซึ่งได้ยินว่าค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านโทนเรื่องและการนำแสดง

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

The Artist (2011) : บรรเลงฝัน บันดาลรัก


The Artist (2011)
หนังฝรั่งเศส ความยาว 100 นาที ประเภท Romance | Comedy | Drama เรตติ้ง IMDb 8.2
ผู้กำกับ : Michel Hazanavicius
เนื้อเรื่อง /เขียนบท : Michel Hazanavicius
ดารานำแสดง : Jean Dujardin, Bérénice Bejo และ John Goodman --

สำหรับฉันนี่เป็นหนังดีที่สุดที่ดูมาในรอบปีนี้ เพราะหลังจากดูจบมันทั้งอิ่ม ทั้งตราตรึง อลังการ ฯลฯ ควรค่ากับรางวัลและเสียงชมที่ตอบรับจริงๆ เชื่อคอหนังต้องไม่พลาดชมแน่ๆ หรือถ้าใครพลาดชม เพราะเพียงแค่คิดว่าเป็นหนังขาวดำธรรมดา ขอให้ทบทวนใหม่ ให้เวลาดูนิดนึงแล้วคุณจะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการจ่ายเวลา 100 นาทีนี้

หนังเรื่องนี้เปิดตัวออกมาพร้อมๆ กับภาพยนต์อีกเรื่องคือ HUGO แม้จะมีคอนเซปต์เดียวกันในแง่แนวคิดที่มุ่งเชิดชูคนทำหนัง แต่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในด้านการนำเสนอ ฉันได้ชมภาพยนต์เรื่อง HUGO ก่อน แม้จะประทับใจในด้านโปรดักชั่น แต่กลับไม่ได้รู้สึกอินไปกับเรื่องของการให้ความสำคัญผู้สร้างหนังใบ้ในยุคแรกๆ อย่างที่หนังเน้นนัก  อาจจะเป็นด้วยภาพยนต์เรื่อง HUGO นั้นมีประเด็นเกี่ยวเรื่องเด็กและการผจญภัยเข้ามาทำให้เบี่ยงเบนความสนใจของฉันไปมุ่งเน้นเรื่องอื่นแทน

สำหรับ The Artist นี้แตกต่างกัน เพราะไม่ว่าหนังจะสอดแทรกประเด็นเรื่องความรัก ดราม่า ตลก อะไรเข้ามาก็ตาม แต่เมนหลักของเรื่องอยู่ที่วงแวดภาพยนต์ ที่สื่อให้เราเห็นวิวัฒนาการตั้งแต่หนังใบ้ จนมาถึงยุคใหม่เริ่มใช้เสียงพูดเข้ามา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ย่อมส่งผลต่อผู้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ไม่มากก็น้อย คนที่ปรับตัวได้ก็จะอยู่ได้ ส่วนผู้ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแน่นอนว่าต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหนังแสดงให้เราเห็นถึงข้อนี้ได้อย่างกระแทกใจ